โบท็อกซ์กราม

  • ช่วยปรับทรงหน้าให้สวยงามและสมส่วน
  • เห็นผลภายใน 2 สัปดาห์แรก
  • อยู่ได้นานประมาณ 6-8 เดือน
  • หัตถการที่ใช้เข็มเล็ก ไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็น
  • แก้ปัญหาเฉพาะจุดสำหรับที่ที่กรามใหญ่ โดยไม่ต้องผ่าตัดศัลกรรม
package
1 unit
50 unit
100 unit
150 unit
200 unit
benefits

allergan กราม

made in us

11,999
240
17,999
180
26,999
180
34,999
175
ประสิทธิภาพนาน 6-8 เดือน
package
1 unit
50 unit
100 unit
150 unit
200 unit
benefits

nabota กราม

made in korea

150
150
4,999
100
8,499
85
11,999
80
14,999
75
เป็นธรรมชาตินาน 4-6 เดือน
package
1 unit
50 unit
100 unit
150 unit
200 unit
benefits

xeomin กราม

made in germany

15,999
160
25,599
128
เป็นธรรมชาตินาน 6 เดือน

รวมทุกเรื่องที่คนอยากหน้าเรียวสวยต้องรู้ ก่อนฉีดโบลดกราม

หน้าเรียวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังฉีดโบลดกราม 2 สัปดาห์ ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง และไม่เจ็บอย่างที่หลายคนคิดกัน ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราจะวิเคราะห์ใบหน้า วางแผนการรักษา พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการฉีดโบลดกรามอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมตัว เลือกยี่ห้อโบท็อกซ์ ฉีดโบลดกรามราคาเท่าไร การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์ และสิ่งสำคัญอื่น ๆ อีกมากมายที่ต้องรู้ก่อนฉีด

โบท็อกซ์ลดกรามคืออะไร ทำให้หน้าเรียวได้จริงไหม?

ใครที่อยากหน้าเรียวเล็ก แก้ไขกรอบหน้าไม่เท่ากัน หรืออยากฉีดโบท็อกซ์กระชับแก้มที่หย่อนคล้อย เพื่อทำให้ใบหน้าของคุณอ่อนเยาว์ ก็สามารถฉีดโบลดกรามกับแพทย์ที่คลินิกของเราได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อผิว และไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง

การฉีดสารโบทูลินัมท็อกซินเข้าที่กล้ามเนื้อกราม เมื่อฉีดโบลดกรามเข้าไป สารโบทูลินัมท็อกซินจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและลีบเล็กลงชั่วคราว ส่งผลให้กล้ามเนื้อคลายตัว กรอบหน้าเล็กลง และมีใบหน้าที่สมส่วนมากขึ้น

ฉีดโบลดกรามกี่ครั้งถึงจะหน้าเล็กลง?

สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์หน้าครั้งแรก และจะค่อย ๆ ทำให้หน้าเล็กลงชัดเจนได้ตั้งแต่เดือนแรกหลังฉีด แต่จะเห็นผลดีมากแค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคการฉีดของแพทย์ การดูแลตัวเองหลังฉีด ยี่ห้อและรุ่นของ Botox ที่ใช้ด้วย

สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ไม่ว่าจะฉีดโบลดกรามยี่ห้อไหน ก็ทำได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น โดยส่วนใหญ่จะอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน ไม่เหมือนการทำศัลกรรมหรือการร้อยไหมกระชับกรอบหน้าที่อยู่ได้ถาวร แต่คุณสามารถฉีดเติมโบได้ทุกปี เพื่อคงความอ่อนเยาว์ของใบหน้าไว้ให้ได้นานที่สุด และควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแผนการรักษาในครั้งต่อไป

ฉีดโบลดกรามกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ช่วยแก้ปัญหากล้ามกรามใหญ่ได้จริง เห็นผลภายใน 7-14 วัน

ฉีดโบลดกรามกี่ครั้งถึงจะหน้าเล็กลง?

สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์หน้าครั้งแรก และจะค่อย ๆ ทำให้หน้าเล็กลงชัดเจนได้ตั้งแต่เดือนแรกหลังฉีด แต่จะเห็นผลดีมากแค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคการฉีดของแพทย์ การดูแลตัวเองหลังฉีด ยี่ห้อและรุ่นของ Botox ที่ใช้ด้วย

สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ไม่ว่าจะฉีดโบลดกรามยี่ห้อไหน ก็ทำได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น โดยส่วนใหญ่จะอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน ไม่เหมือนการทำศัลกรรมหรือการร้อยไหมกระชับกรอบหน้าที่อยู่ได้ถาวร แต่คุณสามารถฉีดเติมโบได้ทุกปี เพื่อคงความอ่อนเยาว์ของใบหน้าไว้ให้ได้นานที่สุด และควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแผนการรักษาในครั้งต่อไป

ฉีดโบลดกรามกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ช่วยแก้ปัญหากล้ามกรามใหญ่ได้จริง เห็นผลภายใน 7-14 วัน

ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ลดกราม ศัลยกรรม แบบไหนทำให้หน้าเรียวกว่า?

การทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กอย่างเป็นธรรมชาติสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการฉีดฟิลเลอร์ โบลดกราม และทำศัลยกรรม ซึ่งทั้ง 3 วิธีนี้มีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน ซึ่งคุณสามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่คลินิกของเรา เพื่อวิเคราะห์ปัญหาบนใบหน้าและวางแผนการรักษาอย่างถูกต้อง

ฟิลเลอร์กรอบหน้าให้มีมิติ

ผลิตจากไฮยาลูโรนิกแอซิด เป็นสารที่สร้างขึ้นเพื่อทดแทนเนื้อเยื่อที่ขาดหาย และเสื่อมสภาพจากอายุที่มากขึ้น เหมาะกับคนที่อยากปรับรูปหน้าและแก้ปัญหาหน้ากลม โดยแพทย์จะฉีดฟิลเลอร์เข้าที่ชั้นผิวหนัง เพื่อทำให้กรอบหน้าชัดและดูโฉบเฉี่ยวอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น ฉีดให้หน้ากลมเป็นหน้ารูปไข่ ต่างจากการฉีดโบลดกรามที่เน้นแก้ปัญหาสำหรับคนกรามใหญ่

ฉีดโบลดกราม

เป็นการฉีดโบท็อกซ์เข้ากล้ามเนื้อกรามทั้งซ้ายและขวา เพื่อทำให้กล้ามเนื้อหดตัวและอ่อนแรงชั่วคราว หลังฉีดแล้วกรามจะเรียวเล็กลง เหมาะกับคนที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่ กรามไม่เท่ากัน และคนที่อยากหน้าทำให้หน้าดูเรียวสวยขึ้น

ศัลยกรรมหน้าเรียว

ทำได้ด้วยการผ่าตัดกราม เหมาะกับคนที่อยากทำให้กรามเล็กลง แต่ไม่สามารถฉีดโบลดกรามในการแก้ปัญหาได้ เพราะมีสาเหตุกรามใหญ่จากกระดูกกราม ไม่ใช่กล้ามเนื้อ ในกรณีนี้แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัด เพื่อทำให้กรามเล็กลง และทำให้ใบหน้าซ้ายขวาสมส่วนขึ้น ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดและถาวร แต่ถ้ามีความผิดพลาดหลังผ่าตัดที่อาจทำให้หน้าเบี้ยวกัน ก็สามารถฉีดฟิลเลอร์เพื่อแก้ปัญหาได้ภายหลัง

วิเคราะห์ใบหน้า หาสาเหตุของปัญหาอย่างถูกต้อง

โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี

ร้อยไหมลิฟต์หน้า vs ฉีดโบลดกราม แบบไหนดีกว่า?

ร้อยไหมลิฟต์หน้า

แพทย์จะใช้ไหมสอดเข้าไปที่ใต้ชั้นผิวหนัง เพื่อยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อยทั้งสองข้าง ซึ่งไหมที่ใช้เป็นเส้นไหมที่ทำจากเส้นใยคอลลาเจน จึงช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิวหน้า ทำให้ผิวพรรณดูมีชีวิตชีวาและอ่อนเยาว์ขึ้น เหมาะกับคนที่มีผิสหน้าหย่อนคล้อย เพราะการร้อยไหมจะยกกระชับทั้งใบหน้า ต่างจากการฉีดโบลดกรามที่เน้นการแก้ปัญหาเฉพาะจุดมากว่า

ฉีดโบลดกราม

เมื่อฉีดโบท็อกซ์เข้าไปที่กล้ามเนื้อของกรามทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นการใช้จุดเด่นของสารโบทูลินัมท็อกซินมาทำให้กล้ามเนื้อหดเล็กลงและอ่อนแรงชั่วคราว ทำให้กรอบหน้าเล็กลง และเรียวสวยได้รูปตามที่ต้องการ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาสำหรับคนที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่ได้อย่างตรงจุด แต่ไม่สามารถยกกระชับผิวหน้าโดยรวมได้ทั้งหมด

ทำไมบางคนฉีดโบลดกรามแล้วปากเบี้ยว ยิ้มไม่สุด?

ในทางการแพทย์ อาการปากเบี้ยว ขยับปากไม่ถนัด พูดไม่ค่อยชัด และยิ้มไม่สุดจะไม่ใช่ผลข้างเคียงที่อันตราย แต่แน่นอนว่านั่นจะทำให้คุณรู้สึกไม่มั่นใจและกังวลใจไม่น้อยเลย ซึ่งในหลาย ๆ ครั้งความผิดพลาดแบบนี้เกิดจากการฉีดโบลดกรามกับแพทย์ที่ไม่ชำนาญ การผสมโบท็อกซ์ผิดพลาด ฉีดผิดตำแหน่ง รวมถึงการดูแลตัวเองไม่ดีพอหลังฉีด

เมื่อไรที่แพทย์ฉีดโบลดกรามไปโดนกล้ามเนื้อไรซอเรียส (Risorius) และกล้ามเนื้อไซโกมาติก (Zygomatic) บริเวณมุมปาก ก็จะทำให้คุณไม่สามารถควบคุมการยิ้ม หรือแสดงสีหน้าที่มุมปากอื่น ๆ ได้เหมือนเดิม และยังทำให้มุมปากเบี้ยวไม่เท่ากันอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณฉีดลดกรามด้วยโบท็อกซ์แท้ ก็ไม่ต้องเป็นกังวลมากเท่าไร เพราะสารใน Botox จะสลายไปเองตามธรรมชาติ ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน จนกว่าตัวยาจะค่อย ๆ หมดฤทธิ์ไป และกลับมาเป็นปกติได้

วิธีสังเกตอาการปากเบี้ยวที่เกิดจากการฉีดโบลดกราม

  • มุมปากข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างยกขึ้นลงไม่เท่ากัน
  • ยิ้มไม่ถนัดเหมือนก่อนฉีดโบท็อกซ์ เพราะกล้ามเนื้อมุมปากบริเวณนั้นอ่อนแรงมากจนไม่สามารถควบคุมได้ดั่งใจ
  • รู้สึกตึง ๆ ที่มุมปาก ทำให้ยิ้มได้ไม่สุดและขยับปากยาก
  • บางคนอาจมีรู้สึกตึงหรือเกร็งทั่วใบหน้า จนไม่สามารถแสดงอารมณ์ทางสีหน้าอย่างเป็นธรรมชาติได้
  • บางคนอาจถึงขั้นพูดไม่ชัด เคี้ยวอาหารไม่ถนัด หรืออาจขยับกรามยาก

วิธีแก้ไขปากเบี้ยวจากการฉีดโบลดกราม

แพทย์จะนวดประคบร้อน ทำ HIFU หรืออาจใช้เครื่อง Radio Frequency เพื่อใช้ความร้อนสลายโบท็อกซ์ให้เร็วขึ้น

ฉีดโบลดกรามด้วยเทคนิคพิเศษที่เหมาะกับปัญหาใบหน้าของแต่ละคน

โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่คลินิกของเรา

Botox ลดกรามอยู่ได้นานแค่ไหน?

เมื่อฉีดโบลดกรามแล้ว จะเห็นผลได้ตั้งแต่ 2 สัปดาห์แรก และใบหน้าจะเรียวเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดภายใน 1 เดือน โดยทั่วไป โบท็อกซ์แท้จะอยู่ได้นานประมาณ 6-8 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นที่ใช้ รวมถึงการดูแลตัวเองหลังฉีดด้วย ซึ่งคุณสามารถสังเกตได้ด้วยตัวเอง และฉีดเพิ่มได้หลังจากนั้น

การฉีดโบลดกรามเพิ่มหลังจากที่โบสลายแล้วสามารถทำได้ ซึ่งควรเว้นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้มีอาการดื้อโบท็อกซ์ และทำให้กล้ามเนื้อของคุณฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติ แต่สำหรับบางคนที่ฉีดโบแล้วไม่ได้ผล หน้าไม่เล็กลงเลยนั้นอาจมีสาเหตุจากคุณภาพของตัวยาที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรืออาจเป็น Botox ปลอมที่ไม่ผ่านการรับรองจาก อย. หรืออาจเป็นอาการดื้อโบนั่นเอง

ข้อดีและข้อจำกัดของการฉีดโบท็อกซ์ลดกราม

ข้อดี

  • ฉีดแล้วเห็นผลเร็ว ลดขนาดกรามให้หน้าเรียวเล็กได้ภายใน 14 วัน
  • เข็มฉีดโบลดกรามมีขนาดเล็กมาก จึงไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็น
  • ไม่ต้องพักฟื้นนาน
  • สารโบทูลินัมท็อกซินเป็นสารที่ปลอดภัยกับร่างกาย สามารถสลายได้เองจนหมด ทำให้ไม่มีผลข้างเคียงที่อันตราย
  • เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะจุดสำหรับที่ที่กรามใหญ่ แต่ไม่อยากผ่าตัดศัลกรรม

ข้อจำกัด

  • โบท็อกซ์ทุกประเภทไม่สามารถอยู่ได้ถาวร หลังจากที่สลายไปแล้วสามารถฉีดเติมใหม่ได้
  • อาจมีอาการดื้อโบได้ ถ้าฉีดบ่อยเกินไป
  • ไม่เหมาะกับคนที่หน้าบานหรือหน้าไม่เท่ากันเพราะกระดูกกรามใหญ่ เพราะแพทย์ไม่สามารถฉีดโบท็อกซ์เข้ากระดูกได้
  • ถ้าฉีดกับแพทย์ที่ไม่ชำนาญหรือฉีดด้วยโบลดกรามปลอมที่ไม่ผ่านการรับรองจาก อย. ประเทศไทย จะเสี่ยงอันตราย และอาจทำให้หน้าเบี้ยวถาวรได้
  • ถ้าดูแลตัวเองได้ไม่ดีและไม่ทำตามคำแนะนำของแพทย์หลังฉีด Botox ลดกราม จะเสี่ยงทำให้หน้าเบี้ยว หรือโบท็อกซ์ทำงานได้ไม่เต็มที่
  • เคี้ยวอาหารได้ไม่ถนัด ฉีดยิ้มได้ไม่สุด หรือขยับปากยากหน่อยในช่วงแรก ๆ ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปเมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์
  • ไม่ควรฉีดโบลดกรามมากเกินความจำเป็นในครั้งเดียว เพราะจะทำให้ใบหน้าดูแข็ง ขยับปากยาก และแสดงสีหน้าได้ไม่เต็มที่

ทำไมโบลดกรามไม่ได้ทำให้หน้าทุกคนเรียวเล็ก?

ด้วยข้อจำกัดของการฉีดโบลดกรามที่แพทย์จะต้องฉีดเข้ากล้ามเนื้อกรามเท่านั้น ดังนั้นคนที่มีปัญหาหน้าไม่เท่ากันจากสาเหตุแก้มป่องและกระดูกรามใหญ่จะไม่สามารถแก้ไขด้วยโบท็อกซ์ได้ แต่สามารถตัดไขมันกระพุ้งแก้มและผ่าตัดกระดูกกรามออกไปแทน ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้ใบหน้าเรียวเล็กได้เหมือนการฉีดโบ

เมื่อเข้ามาที่ EY Clinic แพทย์จะวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาที่ทำให้ใบหน้าใหญ่หรือไม่สมส่วนก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อวางแผนการรักษาอย่างถูกต้อง โดยมีปัจจัยเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญ

  1. ไขมันสะสมที่แก้มหรือใต้คางเยอะ

แย้มยุ้ย ๆ ของคุณกับไขมันสะสมใต้คางที่แก้ได้ยาก เป็นหนึ่งในสาเหตุทำให้ใบหน้ากลม คางยุบ และอาจดูหน้าบวมได้ ซึ่งเป็นได้ทั้งกรรมพันธุ์และพฤติกรรมการกินของคุณเอง ที่ชอบทานอาหารที่มีไขมัน แป้ง น้ำตาล รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ที่มีไขมันเยอะจนทำให้ไขมันสะสมมากขึ้น ซึ่งไม่สามารถแก้ไขด้วยการฉีดโบลดกรามได้

  1. กระดูกขากรรไกรใหญ่หรือเบี้ยว

แพทย์จะเอ็กซ์เรย์โครงกระโหลกหรือทำเฉพาะบริเวณขากรรไกร เพื่อดูให้ชัวร์ว่าสาเหตุที่ทำให้หน้าของคุณใหญ่หรือไม่สมส่วนนั้นเกิดจากกระดูกขากรรไกรหรือไม่ เพราะถ้าใช่ ก็จะไม่สามารถฉีดโบลดกรามแก้ปัญหาได้ แต่จะต้องผ่าตัดขากรรไกรให้เล็กลงแทน

  1. กล้ามเนื้อกรามมัดใหญ่

ยิ่งเคี้ยวมาก ก็ยิ่งเป็นการสร้างมัดกล้ามเนื้อกรามให้ใหญ่และแข็งแรงขึ้น เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณหน้าใหญ่และอาจหน้าไม่เท่ากันได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะถนัดเคี้ยวข้างไหนมากกว่ากัน แพทย์ของเราจะฉีดโบท็อกซ์เข้าที่กล้ามเนื้อกรามทั้งสอลข้าง เพื่อทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและลีบเล็กลงชั่วคราว จะได้ใบหน้าดูเรียวสวย ได้รูปอย่างที่ต้องการ

วิเคราะห์สาเหตุของปัญหาอย่างแม่นยำ พร้อมมอบคำแนะนำที่เหมาะสม

ก่อนฉีดโบลดกราม โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ฉีดโบลดกรามราคาเท่าไร ของแท้ดูยังไง?

EY Clinic คัดเลือกโบท็อกลดกรามแท้นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกายี่ห้อ Allergan, เยอรมนียี่ห้อ Xeomin และเกาหลีใต้ยี่ห้อ Nabota ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ประเทศไทยและต่างประเทศแล้ว ซึ่งทั้ง 3 ยี่ห้อนี้เป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าปลอดภัย มีความบริสุทธิ์สูง และมีโอกาสดื้อยาน้อยกว่า Botox ยี่ห้ออื่น

วิธีตรวจสอบโบท็อกซ์แท้

  • เช็กใบรอบรองว่าผ่านการรับรองจาก อย. ประเทศไทย จากเลขทะเบียนและเอกสารกำกับที่เป็นภาษาไทยเท่านั้น
  • เลข Lot ข้างกล่องและที่ขวดโบท็อกซ์ตรงกัน และต้องเป็นเลขทะเบียนที่ตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัทเจ้าของแบรนด์ได้
  • Botox ในขวดต้องเป็นยาเคลือบที่ก้นขวด ไม่ควรมีน้ำปนอยู่ด้วย

ราคาโบลดกรามที่ EY Clinic

  • Nabota 1 ยูนิต           150 บาท
  • Nabota 50 ยูนิต              4,999 บาท
  • Nabota 100 ยูนิต        8,499 บาท
  • Allergan 50 ยูนิต       11,999 บาท
  • Allergan 100 ยูนิต       17,999 บาท
  • Xeomin 100 ยูนิต          15,999 บาท

ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามยี่ห้อไหนดีที่สุด ฉีดที่ไหนดี?

โบท็อกซ์ลดกรามยี่ห้อที่ดีที่สุดสำหรับคุณหรือไม่นั้นขึ้นอยู่ความเหมาะสมของปัญหาและความต้องการของคุณเองว่าอยากฉีดโบลดกรามราคาเท่าไร ความยืดหยุ่นของตัวยา และเคยดื้อโบยี่ห้อไหนมาก่อนไหม ที่คลินิกของเรามีให้คุณเลือก 3 ยี่ห้อ ซึ่งแต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นและข้อจำกัด ดังนี้

โบลดกรามยี่ห้อ Allergan

เป็นยี่ห้อที่โด่งดังไปทั่วโลก โบท็อกซ์มีความบริสุทธิ์ 99.5% เทียบเท่ากับโบเยอรมนียี่ห้อ Xeomin ซึ่งตัวยาของทั้งสองยี่ห้อนี้บริสุทธิ์กว่ายี่ห้อ Nabota จากเกาหลีใต้เล็กน้อย นอกจากนี้ โบลดกราม Allergan ได้ผ่านการรับรองจากทั้ง อย. ประเทศไทยและอเมริกา (US FDA) และมีราคาสูงกว่ายี่ห้ออื่น ๆ

โบลดกรามยี่ห้อนี้เหมาะกับฉีดแก้ปัญหาลดเลือนริ้วรอยและปรับรูปหน้าให้เรียวสวย อยู่ได้นานสุดประมาณ 6-8 เดือน ซึ่งนานกว่ายี่ห้ออื่นที่เราใช้ แต่โมเลกุลของโบท็อกซ์ Allergan เป็นชนิดไม่กระจายตัว จึงเน้นฉีดเฉพาะจุด ออกฤทธิ์เร็ว และเห็นความเปลี่ยนแปลงภายใน 7-14 วัน

โบลดกรามยี่ห้อ Xeomin

เป็นโบท็อกซ์แบรนด์เยอรมนีที่มีความบริสุทธิ์ 100% ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อนปนเปื้อน ตัวยากระจายได้ดีปานกลาง เหมาะกับการฉีดยกกระชับกรอบหน้า ที่พิเศษกว่ายี่ห้ออื่นคือโบลดกรามตัวนี้ใช้ได้ผลกับคนที่เคยดื้อโบยี่ห้ออื่นมาก่อน แถมยังช่วยป้องกันอาการดื้อยาในอนาคตได้อีกด้วย แต่สลายเร็วกว่า Allergan ทำให้อยู่ได้นานไม่เกิน 3-6 เดือน

โบลดกรามยี่ห้อ Nabota

โบท็อกซ์ลดกรามแบรนด์เกาหลีเกาหลีใต้สุดฮิตในไทยที่มีราคาย่อมเยากว่าโบเยอรมนีและอเมริกา Botox ยี่ห้อนี้เป็นโบเกาหลีใต้ที่ผ่านการรับรองจากทั้ง อย. ประเทศไทยและอเมริกา ซึ่งมีความบริสุทธิ์ 98.7% ตัวยาออกฤทธิ์ไว หลังฉีดแล้วจึงเห็นผลเร็ว กรอบหน้ากระชับชัดเจน และริ้วรอยตื้นขึ้น แต่มีความยืดหยุ่นน้อยกว่ายี่ห้อ Xeomin และ Allergan อยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน

ฉีดโบลดกรามแท้ที่ผ่าน อย. ประเทศไทยและ US FDA

หน้าเรียวอย่างปลอดภัย ไม่ระคายเคืองผิว

รีวิวฉีดโบลดกรามที่ EY Clinic

แก้ปัญหาหน้าใหญ่ด้วยโบลดกราม พร้อมมอบคำปรึกษาอย่างถูกต้อง

ถ้าคุณอยากหน้าเรียวสวยอย่างปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านโบลดกรามก่อนฉีด เพื่อให้แพทย์วิเคราะห์สาเหตุของปัญหาและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม เพราะโบท็อกซ์ลดดรามไม่ได้เหมาะกับทุกคน ไม่สามารถแก้ปัญหากระดูกกรามใหญ่ หรือแก้มมีไขมันเยอะได้ นัดหมายฉีด Botox ลดกรามกับเรา โทร 061 594 1923, LINE Official: @EyclinicTh

บทความ

เคล็ดลับและเทคนิคจากแพทย์ของเรา ที่คนส่วนใหญ่สนใจ
ดูบทความทั้งหมด
ฟื้นฟูล้ำลึกให้ผิวอิ่ม ฉ่ำ อ่อนวัย อย่างเป็นธรรมชาติด้วย Sculptra
โบท็อกซ์ เมโส ฟิลเลอร์
ฟื้นฟูล้ำลึกให้ผิวอิ่ม ฉ่ำ อ่อนวัย อย่างเป็นธรรมชาติด้วย Sculptra
ริ้วรอย ความหย่อนคล้อยและผิวที่แห้งดูสุขภาพไม่ดี เป็นปัญหาพร้อมกับอายุที่มากขึ้นเสมอ ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะยิ่งเราอายุมากขึ้น ความสามารถในการผลิตคอลลาเจนของร่างกายก็ยิ่งลดน้อยลง ทำให้หน้าดูเหี่ยว หมอง
ฟื้นฟูล้ำลึกให้ผิวอิ่ม ฉ่ำ อ่อนวัย อย่างเป็นธรรมชาติด้วย Sculptra
Dr. Patnapa Vejanurug
Jan 11, 2024
ฉีดแฟตแล้ว หน้าบวมมากจนน่ากังวล มีวิธีแก้อย่างไร
โบท็อกซ์ เมโส ฟิลเลอร์
ฉีดแฟตแล้ว หน้าบวมมากจนน่ากังวล มีวิธีแก้อย่างไร
การฉีดแฟต หรือเมโสแฟต เป็นการฉีดสลายไขมันเฉพาะจุดที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน แต่จะทำอย่างไรถ้าฉีดแฟตแล้วหน้าบวมมากจนน่าตกใจ ในบทความนี้ หมอผึ้งจะมาเล่าถึงสาเหตุของการฉีดแฟตแล้วหน้าบวมมาก ลักษณะอาการบวมที่อันตราย และแนะนำวิธีลดหน้าบวมสำหรับคนที่กำลังอยากฉีดแฟตค่ะ
ฉีดแฟตแล้ว หน้าบวมมากจนน่ากังวล มีวิธีแก้อย่างไร
Dr. Patnapa Vejanurug
Dec 25, 2023
รู้ไว้ก่อนตัดสินใจ หลังฉีดเมโสหน้าใส ห้ามทำอะไรบ้าง
โบท็อกซ์ เมโส ฟิลเลอร์
รู้ไว้ก่อนตัดสินใจ หลังฉีดเมโสหน้าใส ห้ามทำอะไรบ้าง
เมโสเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาค่ะ คนที่กำลังตัดสินใจอยู่ว่าเราจะเริ่มฉีดเมโสดีไหม หมอผึ้งเลยได้สรุปข้อควรรู้ในการฉีดเมโส เมโสคืออะไร วิธีการดูแลตัวเองเป็นอย่างไร อาการข้างเคียงเป็นแบบไหน มาดูกันว่าหลังฉีดเมโสมีข้อห้ามทำอะไรบ้างในบทความนี้เลยค่ะ
รู้ไว้ก่อนตัดสินใจ หลังฉีดเมโสหน้าใส ห้ามทำอะไรบ้าง
Dr. Patnapa Vejanurug
Dec 25, 2023
ดีท็อกซ์ผิว บอกลาปัญหาสิวและผด ด้วยมาเด้คอลลาเจน
โบท็อกซ์ เมโส ฟิลเลอร์
ดีท็อกซ์ผิว บอกลาปัญหาสิวและผด ด้วยมาเด้คอลลาเจน
มาเด้คอลลาเจน คือ เมโสหน้าใสตัวหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องการกำจัดของเสียและสารพิษที่ตกค้างในเซลล์ผิวและช่วยบำรุงให้ผิวแข็งแรงยิ่งขึ้น ในบทความนี้ หมอผึ้งจะอธิบายสรุปให้ว่า มาเด้คอลลาเจนคืออะไร ทำงานอย่างไร มีวิธีฉีดแบบไหน และผลข้างเคียงเมโสตัวนี้ด้วยค่ะ
ดีท็อกซ์ผิว บอกลาปัญหาสิวและผด ด้วยมาเด้คอลลาเจน
Dr. Patnapa Vejanurug
Dec 25, 2023
เราอยากให้คุณดูดี และรู้สึกดีทุกวัน
เรามีทรีตเมนต์หลากหลายที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมสุขภาพโดยรวมของคุณ ตั้งแต่การดูแลผิวไปจนถึงโภชนาการ เรามีทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อให้คุณรู้สึกดีที่สุด